ธนาคารในอนาคต

ธนาคารแบบดั้งเดิมกำลังจะเปลี่ยนไปในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีก้าวล้ำขึ้น จนเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไป ธนาคารก็ย่อมปรับตัวตาม โดยจะปรับไปเป็น Financial Service ที่ให้บริการด้านการเงินทุกรูปแบบ พนักงานสาขาจะปรับไปเป็นพนักงานให้บริการลูกค้าไปเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้แก่ลูกค้า แต่อย่างไรเสียไอทีก็ยังมีข้อจำกัด มีหลายสิ่งที่คนยังต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับคนด้วยกัน…

4-mobile-learning-benefits-banking-financial-services-industryเครดิตภาพ: elearningindustry.com

พนักงานจะได้รับการอบรมให้เป็นในแนวทางกึ่งๆ sales + consultant + customer service/support สมัยนี้อาจเรียกว่า sales specialist, financial solution specialist ฯลฯ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกว้างขึ้น (ต้องมีทักษะหลายด้านขึ้น) แต่ไม่ลึก (ไม่ต้องรู้ลึก/ศึกษาลึก) เป็นเสมือน agent (ตัวแทน) ก่อนรายละเอียดลูกค้าไหลไปถึงระบบไอทีที่ทำงานอัตโนมัติซึ่งเร็วกว่าแม่นยำกว่าและฉลาดกว่ามนุษย์ในหลายด้าน รวมถึงประหยัดต้นทุนกว่า


จำนวนสาขาจะลดลง ที่ยังอยู่จะถูกบริหารด้านอสังหาฯ ให้ทำอย่างอื่นมากขึ้น เช่น ประกอบกิจกรรมทางการเงินและเป็นสถานที่สำหรับ community เช่น เลาจ์, ห้องฝึกอบรมให้ความรู้และแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ลูกค้า กิจกรรมทางธุรกรรมหลายอย่างจะให้ลูกค้าไปทำผ่านระบบออนไลน์แทน ลดการใช้พื้นที่สาขาเพื่อการนี้ลง

บริการด้านหนึ่งจะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก คือ บริการไอทีด้าน Financial API เพื่อให้บริษัท ร้านค้า องค์กร ต่างๆ พัฒนาแอพพลิเคชั่นหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วมาเรียกใช้ Financial API ของธนาคาร โดยธนาคารก็คิดค่าทรานแซกชั่น ในอนาคตรายได้ตรงนี้น่าจะมากอยู่ นอกจากนี้ยังรวมถึงการให้บริการ (ขาย) ข้อมูลทางการเงินที่หลากหลายและฉลาดขึ้น ผ่านการใช้ (Financial) Big Data + AI + Data Analytics (รวมถึงอะไรทั้งหลายแหล่ที่เกี่ยวกับ Data Science)

ประเด็นสำคัญด้านไอทีที่ภาคธนาคารจำเป็นต้องปรับปรุง

  1. ระบบไอที
  2. การบริหารไอที
  3. การพัฒนาบุคลากรไอที
  4. การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่านระบบไอที (ไม่ต้องถึงกับบ้าสร้างนวัตกรรม แค่ให้มันเวิร์กลูกค้าก็ซาบซึ้งแล้ว ^_^)

เพราะ 4 ประเด็นนี้ในวงการธนาคารถือว่าอ่อนมาก ธนาคารจำนวนมากมีระบบไอทีแบบ IT Burden คือ ซับซ้อนยุ่งเหยิงอีรุงตุงนัง พึ่งพาเวนเดอร์ภายนอกมากเกินไป จนคนไอทีภายในขาดทักษะที่พอเพียงดูแลระบบขนาดใหญ่ราคาแพงเหล่านั้นได้ บวกกับธนาคารจำนวนมากขาดบุคลากรด้าน IT architect, enterprise architect, solution architect มีเพียงไม่กี่ธนาคารเท่านั้นที่มีบุคลากรด้านนี้

หาก 4 ประเด็นข้างต้นไม่ได้รับการปรับปรุงเร่งด่วนและให้แข็งแกร่งไวๆ จะเกิดปัญหาคอขวดด้านไอที (IT Bottleneck) เพราะด้านการตลาด สื่อสาร ผลิตภัณฑ์ ฯลฯ เหล่านี้เขาปรับเปลี่ยนได้ไวกว่า แต่ไอทีในภาคธนาคารจำนวนมากมักเป็นคอขวด ปรับตามสิ่งเหล่านั้นไม่ทัน กลายเป็นไปฉุดเขาทั้งหมด และยิ่งจะทำให้แข่งขันกับพวก Non-Bank ยากขึ้น เพราะธนาคารขนาดใหญ่ องค์กรใหญ่ จะยิ่งเทอะทะ จะขับเคลื่อนกระบวนการทำงานต่างๆ ให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ไอทีต้องเป็นเหมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยง ดังนั้นธนาคารต้องเปลี่ยนเป็น IT-Driven Organization โดยใช้ไอทีเชิงรุก ไม่ใช่เชิงรับหรือสนับสนุนแบบที่เป็นกันมานาน และฝ่ายต่างๆ ต้องฟังฝ่ายไอทีมากขึ้น ไม่ใช่สั่งอย่างเดียว มีปัญหาขึ้นมาก็โทษไอที ทั้งที่ปัญหาจำนวนมากเริ่มต้นจากพวกเขา โดยเฉพาะการที่ตนเองยังไม่เคลียร์กับปัญหาแล้วโยนให้ไอทีไปทำต่อ โดยเอาเงื่อนเวลามากดดัน จนทำให้ระบบไอทีในธนาคารหลายแห่งมีจุดอ่อน ทั้งด้าน performance, security, availability และความยืดหยุ่น (ซึ่งไม่ยืดหยุ่น)

เรื่อง FinTech ทางเทคนิคไม่ได้ยากเกินครับ ต้องรู้จักใช้ และอย่าให้พวกนักการเงินหรือพวก financial engineer ประเภทในหัวมีแต่ทฤษฎีแต่ไม่ practical มานำไอทีเด็ดขาด (เจอมาเยอะครับ) ต้องจูงมือกันคิดและแก้ปัญหาร่วมกัน

อุ้ยยาว… 555 พอแตะไอทีภาคธนาคารแล้วของขึ้น ยาวเลย ^_^

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s