การลดความกำกวม

“ผมอยากได้ ERP”

  • มนุษย์ทุกคนมีทักษะและความสามารถทางภาษาไม่เหมือนกัน
  • ภาษาสามารถบอกถึงตัวตนและวุฒิภาวะของผู้ใช้ได้
  • การสื่อสารคือการแลกเปลี่ยนความคิด การแสดงความคิดและความต้องการจึงต้องใช้การสื่อสาร
  • การสร้างความเข้าใจในสาร ผู้รับสารต้องอาศัยทักษะการสื่อสารที่ดี
  • การลดความกำกวมหรือความเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อนจึงขึ้นกับผู้สื่อสารและผู้รับสาร
  • การสื่อความต้องการจึงต้องแสดงความหมายเพียงหนึ่งเดียว โดยไม่ให้เกิดการตีความเป็นอย่างอื่น เพราะอาจส่งผลในทางกฏหมายได้ภายหน้า เมื่อสื่อสารกันผิด

สำหรับประโยค “ผมอยากได้ ERP” เมื่อคุณเห็นข้อความนี้แล้วรู้สึกอย่างไร เข้าใจว่าอย่างไร และคิดว่าตัวเองเข้าใจถูกหรือไม่? หรือมีความสับสนใดบ้างหรือไม่?

แบบฝึกหัดที่ 1

หากระดาษแผ่นเล็ก ๆ ขนาดสัก 4 x 4 นิ้ว หรือใช้กระดาษ post it ก็ได้ เขียนข้อความหรือวาดรูปอธิบายความคิดของคุณลงบนกระดาษ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความสวยงามของลายมือและรูป ซึ่งจะเขียนข้อความและวาดรูปลงบนกระดาษคนละแผ่นกันก็ได้

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจถูกหรือไม่ ให้เขียนหรือวาดความเข้าใจที่อาจมีมากกว่าหนึ่งลงบนกระดาษเพิ่มเติมได้ โดยกระดาษหนึ่งแผ่นต่อหนึ่งความคิด

จุดประสงค์ของแบบฝึกหัดที่ 1

การฝึกนี้เพื่อต้องการให้คุณทราบว่าคุณเองสามารถอธิบายความคิดผ่านข้อความหรือรูปภาพได้หรือไม่ อย่างไร และเพื่อให้คุณได้อ่านและดูความคิดของคุณเอง

แบบฝึกหัดที่ 2

ลองให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำแบบในแบบฝึกหัดที่ 1 ดูบ้าง แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน และนั่งถกกันว่าตรงกันหรือไม่ (แต่อย่างเปรียบเทียบถึงความสวยงาม)

จุดประสงค์ของแบบฝึกหัดที่ 2

การฝึกนี้เพื่อต้องการให้เปรียบเทียบความคิดคุณกับคนอื่นว่าตรงกันหรือไม่ และทำไมถึงตรงหรือไม่ตรงกัน

แบบฝึกหัดที่ 3

ใช้ปากกาเน้นข้อความ “อยาก” และ “ERP” คำว่า “อยาก” แสดงถึงความต้องการอย่างไร และมีน้ำหนักของความต้องการมากน้อยเท่าไร และคำว่า “ERP” หมายถึงอะไร  คำสองคำนี้มีผลต่อความหมายของประโยคนี้มากน้อยแค่ไหน

จุดประสงค์ของแบบฝึกหัดที่ 3

การฝึกนี้เพื่อต้องการให้ฝึกสังเกตคำ ตีความ  และทำความเข้าใจ เพราะการทำความเข้าใจคำและประโยคต้องอาศัยทักษะการวิเคราะห์ภาษาอย่างมาก ประโยคเดียวกันหากถูกนำไปใช้กับเรื่องราวคนละประเภท (เช่น เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับซอฟต์แวร์) อาจสื่อความหมาย น้ำหนัก เจตนาของผู้เขียน ฯลฯ ต่างกันได้

อธิบาย

การระบุคำศัพท์หรือข้อความที่มีความกำกวม ทำให้ไม่แน่ใจในความหมาย ต้องทำอย่างไรบ้าง?

  • ทำโพล เพื่อสำรวจความคิดของคนอื่น ๆ ว่าเข้าใจความต้องการด้านบนตรงกันหรือไม่?
  • ทบทวนดูอีกทีว่าคำหรือข้อความไหนที่สร้างความกำกวม
  • เปลี่ยนไปสังเกตคำอื่น ๆ อีก ว่าส่งผลต่อความหมายของประโยคหรือไม่ และเพราะสิ่งที่เราคิดว่าเข้าใจอาจเป็นการเข้าใจผิดก็ได้
  • ปรึกษา domain expert ของระบบฯ
  • และอีกวิธีที่มีประโยชน์มาก ๆ คือ อ่านหนังสือบ่อย ๆ มาก ๆ และอ่านหนังสือให้หลากหลาย เพราะการอ่านหนังสือมาก ๆ จะช่วยให้ซึมซับภาษาและเป็นการเพิ่มพูนทักษะทางภาษาได้เป็นอย่างดี

จะลดความกำกวมและสร้างความเข้าใจยิ่งขึ้นอย่างไร?

  • ใช้ภาษาให้เหมาะสมและถูกกาลเทศะ และใช้คำศัพท์ให้ตรงกับประเภทงานหรือใช้ภาษาเดียวกันกับผู้ให้ข้อมูล
  • เขียนให้สั้นกระชับได้ใจความที่สุด ใช้สำนวนพรรณาโวหารแต่พอเหมาะ
  • ใช้ภาพ เช่น รูปภาพ, diagram และกรอบข้อความ เพื่อช่วยให้เข้าใจและสื่อความหมายได้ง่ายขึ้น เพราะการดูภาพจะเข้าใจได้ง่ายกว่าอ่านข้อความยาว ๆ แต่การวาดภาพหรือเลือกใช้ภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่อย่ามองข้าม การสละสักนิดเพื่อศึกษาทฤษฏีศิลป์และองค์ประกอบศิลป์จะช่วยได้มาก
  • ใช้เทคนิคที่มีรูปแบบหรือมีมาตรฐานเพื่อช่วยสื่อความหมาย เช่น ใช้ UML ช่วย
  • หากไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจความหมายของคำใดต้องค้นหา โดยอาจเปิดพจนานุกรมหรือดิกชันนารีก็ได้
  • หากไม่แน่ใจว่าเป็นศัพท์เฉพาะหรือไม่ ต้องสอบถามกับ domain expert ของระบบฯ เท่านั้น ห้ามเดาหรือคาดคะเนเองเด็ดขาด เพราะบางคำศัพท์อาจเป็นคำที่มีความสำคัญในระบบฯ ก็ได้ (อาจเป็น key abstraction หรือ domain object)

นอกจากนี้คุณยังสามารถพัฒนาทักษะทางภาษาและเทคนิคได้อีกมาก และสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ โดยจำไว้ว่า “ภาษามีชีวิต ไม่มีวันตาย และสามารถวิวัฒนาการได้” การอ่านหนังสือให้มากและหลากหลาย รวมถึงการฝึกเขียนหรือวาดความคิดบ่อย ๆ ยิ่งช่วยได้มาก

ดังนั้นการแสดงความต้องการของ stakeholder และผู้บันทึกความต้องการจึงต้องมีความเข้าใจเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยผู้บันทึกความต้องการต้องฟัง ดู หรือบันทึกให้ตรงตามความหมายที่ stakeholder ต้องการสื่อจริง ๆ ไม่ใช่ stakeholder พูดอะไรมาก็จดตามนั้นอย่างตรงไปตรงมา เพราะการจดนั้นต้องใช้การ “แปล” ข้อความที่รับมาและเรียบเรียงให้ถูกต้อง จากนั้นให้นำผลการบันทึกความต้องการให้ stakeholder ดูเพื่อตรวจทานว่าบันทึกถูกต้องได้ความและเข้าใจตรงกันหรือไม่ ถ้าให้ดีให้ stakeholder เซ็นต์รับรองหรือบันทึกผลการประชุมด้วยยิ่งดี กันไว้ก่อน  จากนั้นหากผู้บันทึกความต้องนำข้อมูลมาถ่ายทอดให้แก่ทีมต่อ อย่าลืมว่าต้องสื่อความหมายให้ถูกต้องด้วย หากสมาชิกในทีมคนใดไม่เข้าใจก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ ไม่ใช่ก๊อปปี้เป็นชุด ๆ แล้วแจกจ่ายให้ไปอ่านกันเอาเอง

การสร้างความเข้าใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นส่วนสำคัญหนึ่งของการบริหารความเข้าใจและสร้างการรับรู้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการสร้างและจัดการ Domain Model และ Software Architecture

สรุป

จะเห็นได้ว่าตัวอักษรในแต่ละภาษา แม้มีไม่กี่ตัวแต่สามารถเรียงร้อยเป็นข้อความและสื่อความหมายได้ หากใช้คำหรือประโยคผิดอาจทำให้การสื่อความหมายผิดพลาดไปด้วย และในงานที่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายมาตรวจสอบ เช่น กรณีการทำสัญญา หรือเมื่อเกิดปัญหามีการฟ้องร้องกัน อาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้ ดังนั้นจงใช้ภาษาอย่างเป็นนายของภาษาครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s