กระจกเงา

การไม่ให้เกียรติทางความคิดเปรียบเสมือนการดูถูกกันอย่างหนึ่ง

เรามักพบว่ากลุ่มคนที่หวังดีต่อชาติ มีความรู้และประสบการณ์สูง หลายรายมักใช้ชีวิตอยู่ในแวดวงวิชาการบนหอคอยงาช้าง
ไม่ค่อยได้ลงไปคลุกคลีกับ ‘คนทำงาน’ จริง ๆ สักเท่าไร จึงมักมองลงไปไม่เห็นชีวิตและสัมผัสกับความเป็นจริงนัก

โครงการต้องไม่ดำเนินงานแบบสไตล์ราชการ ซึ่งมักนามธรรมไป อุดมการณ์ไป เหมือนจะชวนกันไปกู้โลก
ไม่ค่อยหันมามองและวิเคราะห์ตัวเองว่ามีศักยภาพมากแค่ไหน มีกำลังเพียงพอที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติและได้ผลลัพธ์
ตามเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมพอเพียงหรือไม่ ชอบขายฝัน โชว์วิสัยทัศน์ นำเสนอนโยบายก้อนเมฆแบบพวกนักการเมือง

ในหลายโครงการทำไมต้องเน้นเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง ถ้าไม่ใช้พวกนี้ถือว่าล้มเหลวใช่หรือไม่
ไม่ทันสมัยไม่เข้าพวก ไม่ได้มาตรฐานหรือ? ทำไมต้องตีกรอบและชี้นำ
เข้าใจว่าหลักสูตรในโครงการนี้ต้องการแค่วางกรอบหลวม ๆ เฉย ๆ แล้วให้ผู้เรียนได้ศึกษา ขบคิด วิเคราะห์ เลือก
และตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ซึ่ง Intention ดี แต่ Presentation ไม่ถูกจุด ความเข้าใจคล้ายกัน แต่สื่อไม่ตรง
การใช้ศัพท์เทคนิคมากเกินไป โดยเฉพาะพูดโดยผู้ที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ และหน้าที่การงานระดับสูง บางครั้งไม่ได้ดูน่าเชื่อถือ
และสร้างความรู้สึกคล้อยตามเสมอไป แต่กลับกลายเป็นการสื่อความหมายที่ผิดเจตนาไปโดยไม่รู้ตัว

การเรียนรู้ที่จะซื้อใจคนที่จะชวนมาช่วยเหลือกันเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าแสดงเป้าหมายและมีผลประโยชน์มาเชิญชวน
การเชิญชวนด้วยเจตนาจะพากันไปกู้ชาติ ทำเพื่อชาติ เพื่อส่วนรวม ทุกวันนี้เราได้ยินประโยคลักษณะนี้กันมากพอแล้ว
ควรคิดมุขอื่นเพื่อประชาสัมพันธ์และเชิญชวนมากกว่านี้

การให้ความสำคัญกับสถาบันราชภัฎต่าง ๆ และมหาวิทยาลัยบางแห่งที่อยู่ไกล ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ต้องเสมอภาค ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

นักวิชาการควรรู้จักการวิจัยตลาดอย่างจริง ๆ จัง ๆ บ้าง? การแสดงความปรารถนาดี หวังดีต่อผู้อื่น จะตัดสินชี้นำ
โดยใช้ความคิดตน ความรู้สึกตน และผลงานของตน เพียงด้านเดียวไม่ได้
การวิเคราะห์แบบ Inside-Out ไม่สามารถบ่งชี้ถึงความต้องการแท้จริงของอุตสาหกรรมได้

ต้องการสร้าง Architect หรือ Technologist กัน? เพราะบางทีคำว่า Practitioner อาจอยู่คนละด้านกับ Technologist
และ Architect มันฟังดูทันสมัยอินเทรนด์ก็จริง แต่ไม่ใช่การตอบโจทย์อย่างแท้จริงที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ
การที่เขาเหล่านั้นตะโกนออกมาว่าต้องการ Architect เขาเพียงแค่รู้สึกว่าอยากได้ Architect เท่านั้น
แต่ Architect ไม่ใช่คำตอบของทั้งหมด

ไม่ควรนำตัวเลขมาล้อเล่น เช่น นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์การเมือง เอะอะอะไรก็ GDP
ทำไมถึงชอบโชว์ตัวเลขสูง ๆ กันนัก มันฟังดูดึงดูดสำหรับคนภายนอก แต่คนที่คลุกคลีตีโมงกันอยู่ฟังแล้วอดปล่อยก๊ากไม่ได้

คำว่า Win-Win Situation มีความหมายอีกอย่างว่า ‘การประณีประนอมเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายให้ลงตัว’
แต่โมเมนตัมไม่ควรเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

ไม่อยากให้มีโครงการแบบตอนรับคนมาฝึกเพื่อสอบ SCJP สุดท้ายได้คนสอบผ่าน SCJP จำนวนมาก แต่ทำงานไม่ได้ก็มากเช่นกัน
ภาคอุตสาหกรรมรุมสวดโครงการนี้กันตรึม

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เข้าใจว่าเห็นผลเร็ว ชัดเจน เป็นรูปธรรมกว่า
เรือมันรั่ว เอาเทปกาวมาแปะไปเรื่อย ๆ รอยรั่วมันก็ยิ่งใหญ่โตขึ้น ต้องให้เรือแตกจมก่อนแล้วค่อยมาคิดหาวิธีล้อมคอกใช่ไหม?
หรือเมื่อถึงตอนนั้นแต่ละท่านก็ไม่อยู่กันแล้ว หมดวาระกันแล้ว หรือเปลี่ยนไปทำโครงการอื่นกันหมด ทำโครงการโน่นนี่มากมาย
เหมือนเซลส์ไปขายของ เหวี่ยงไปสิบแห ได้ลูกค้ามาสักรายก็โอเคแล้ว?

การมีเจตนาที่ดีต่อชาติและอุตสาหกรรมนั้นถือได้ว่าดีมาก อุดมการณ์ดีมาก
เพียงแต่ว่า ควรมีการวิเคราะห์และวิจัยในเชิงบูรณาการอย่างแท้จริง อย่าวิเคราะห์ลักษณะ Inside-Out
และตีความภาพรวมด้วยมุมมองแบบนักวิชาการ นักอุดมการณ์ ควรพิจารณาศักยภาพของตนและความเป็นจริงของสังคมบ้าง
หรือในอีกทาง ที่บางโครงการมีการวิจัย วางแผน วางกลยุทธ์ และมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน มีความเป็นไปได้สูง
ที่จะได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างดีเป็นรูปธรรมและยังประโยชน์ได้จริง แต่กลับไม่สามารถขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติได้จริง
อย่างที่วางแผนและประชาสัมพันธ์ไว้

นักธุรกิจและนักการเมือง มีวิถีและเป้าหมายต่างกัน แต่ความต่างกลับมีความคล้ายซ้อนเหลื่อมกันอยู่

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s