ณรงค์ จันทร์สร้อย เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ มีพี่น้อง ๓ คน เป็นคนสุดท้อง มีแม่ที่รักลูก ๆ ทุกคนยิ่งกว่าชีวิต ลำบากอดทนฟูมฟักด้วยรักจนลูกทุกคนเติบโตเป็นเสาหลัก
เข้าเรียนอนุบาลที่โรงเรียนรุ่งโรจน์วิทยา จากนั้นจึงต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่โรงเรียนอำนวยวิทยาใกล้บ้าน การเรียนดีได้เกรด ๔ เกือบทุกวิชา แต่มีเรื่องกับเพื่อนบ่อยจึงออกไปต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่โรงเรียนดรุณพิทยา เรียนจนจบมัธยมปลายและเป็นนักเรียนรุ่นสุดท้ายก่อนโรงเรียนปิดตัวลง
เกิดมาในครอบครัวศิลปินและรักการอ่านหนังสือเข้าไส้ แม้ไม่มีใครสักคนในบ้านยึดอาชีพศิลปินจริง ๆ แต่ดนตรีและศิลปะแทบอยู่ในสายเลือดของทุกคน ในบ้านสามารถพบหนังสือได้แทบทุกซอกมุม ความหลากหลายของแนวดนตรีและหนังสือหล่อเลี้ยงและเปิดโลกทัศน์ให้กว้างแต่วัยเด็ก ศิลปะคือเครื่องมือแรกที่ใช้ถ่ายทอดความคิดฝันมาแต่เล็ก แม้เรียนสายวิทยาศาสตร์มาตลอด เรียนศิลปะในยามว่างและไม่ได้จบด้านนี้โดยตรง แต่ศิลปะกลับอยู่ภายในจิตใจและทุกลมหายใจ และดูเหมือนสมดุลย์ดีกับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่เรียนมา
เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเลือกสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ตามที่ใจรัก แต่ด้วยความเป็นเด็กรักกิจกรรมและชอบเรียนรู้เรื่องภายนอกรั้วโรงเรียนมากไป จึงสอบไม่ติดไม่ได้เรียนสาขาในฝัน ดังนั้นคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงถูกเลือกเพื่อเข้าเรียนต่อแทน ภายหลังกลับตัวตั้งใจเรียนพบว่าสามารถเอาชนะคำปรามาสมากมายได้ ด้วยผลการเรียนระดับพลิกหลังมือเป็นหน้ามือ และได้พบหลักสำคัญหนึ่งของชีวิต – ความฝันเป็นน้ำหล่อเลี้ยง เพียงได้ระลึกถึงก็สุขใจ แม้ไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ความจริงที่อยู่ตรงหน้าหากทำแล้วได้ดี ดีทั้งต่อตนเองและคนรอบกาย ยิ่งสมควรทำให้ดียิ่งขึ้นต่อไป – จากนั้นได้เรียนผ่านมาด้วยดีจนจบ
ชีวิตการทำงานเริ่มต้นตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี ๓ ด้วยความที่ชอบศึกษาเรียนรู้และรักการผจญภัย การศึกษาและการใช้ชีวิตจึงมักไม่ได้อยู่ภายในกรอบในรั้วมากนัก ฐานความรู้ที่ได้จากในรั้วมหาวิทยาลัยถูกนำไปต่อยอดศึกษาและทดลองเพิ่มเติมจากวิชาความรู้ภายนอก เมื่อสะสมมากเข้าก็เกิดอาการคันไม้คันมือรอจนเรียนจบไม่ไหว จึงเริ่มหางานทำด้วยการเป็นฟรีแลนซ์ รับออกแบบกราฟฟิก เว็บ เขียนโปรแกรม เป็นนักศึกษาคนแรกที่นำเทคโนโลยี Java ไปใช้ทำโครงงานส่งอาจารย์ สมัยนั้นยังไม่มีการสอนด้านนี้ และยังไม่มีใคนใช้กันเลยในมหาวิทยาลัย
อาชีพนักเขียนเริ่มต้นหลังเป็นฟรีแลนซ์ได้ราว ๓ ปี โดยส่งอีเมล์ไปสมัครงานที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ผ่านการคัดเลือกและได้งานทำ โดยบรรณาธิการคอยส่งลิงค์เว็บไซต์ให้เข้าไปอ่านบทความต่างประเทศ ทำความเข้าใจและเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย เพื่อลงนิตยสารและหนังสือพิมพ์ด้านไอที ระหว่างเริ่มฝึกฝนทักษะการเขียนด้วยการเข้าเว็บไซต์ Pantip.com โดยเข้าไปเขียนเรื่องสั้น ความเรียง บทกวี และเปิดให้ผู้อ่านให้คำแนะนำ เขียนจนเริ่มจับแนวทางของตนได้ และเริ่มมีคนติดตามผลงาน ผู้อ่านท่างหนึ่งบอกว่าแนวทางที่เขียนเรียกว่า อัตถิภาวะนิยมวิจารณ์
งานเขียนและงานออกแบบกราฟฟิกและเว็บเป็นเสมือนงานอดิเรก งานหลักเริ่มต้นด้วยอาชีพโปรแกรมเมอร์ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนได้เป็นนักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) ณ ช่วงชีวิตการทำงานนี้เองที่มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้และสอบวิชาชีพ (IT Certification) มากมาย รวมถึงได้ฝึกสอน จนได้มีอีกอาชีพหนึ่งคือ ผู้สอน หรือ Instructor และที่ปรึกษา งานสอนและที่ปรึกษาดำเนินคู่ไปกับงานหลัก ช่วงแรกสอนและให้คำปรึกษาด้านเขียนโปรแกรม เทคโนโลยี Java และฐานข้อมูล เมื่อทำงานไปสักพักความคิดอยากเป็น สถาปนิก ในวัยเด็กกลับมาเยี่ยมเยียนอีกครั้ง กอปรกับในสายวิชาชีพนี้มีสายงานด้าน สถาปนิกซอฟต์แวร์ (Software Architect) แม้ไม่ได้เป็นสถาปนิกอย่างในฝัน แต่ได้เป็นสถาปนิกด้านซอฟต์แวร์ก็ดีเหมือนกัน จึงหันมามุ่งมั่นทางด้านนี้เป็นหลัก จนต่อมาอาชีพหลักจึงเน้นด้านการออกแบบซอฟต์แวร์ และสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ รวมถึงสอนและเป็นที่ปรึกษาด้านนี้
เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้มาพักใหญ่ เข้าไปช่วยตอบคำถามในเว็บไซต์ narisa.com สักระยะจึงคิดอยากถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานเขียนบ้าง อาชีพที่ห่างหายไปนาน และอยากทำให้เป็นอาชีพหลักมากขึ้น มิใช่เป็นเพียง ‘งานเสิรม’ เหมือนเคยอีก
ความสนใจด้านเทคโนโลยี
- Software Architecture
- Software Design
- Design Patterns
- Object-Oriented Analysis and Design
- UML
- Object-Orientation
- Requirements Management
ความสนใจอื่น ๆ
มีความสนใจมากมาย หลากหลาย และผันแปรไปตามวัยและวุฒิภาวะ แต่แก่นหลักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ
- ศิลปะ – ชอบแนว Abstract เป็นพิเศษ เพราะได้คิดตาม
- ดนตรี – ยังนึกไม่ออกว่ามีดนตรีแนวใดบ้างที่ไม่ชอบฟัง
- ท่องเที่ยว – การเดินทางคือการได้สัมผัสชีวิตที่หลากหลาย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวธรรมชาติ
- ธรรมชาติ – สีเขียวของใบไม้ ละอองไอหมอก กระเซ็นคลื่น ฯ คือแหล่งกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟีน
- ดำน้ำ – โลกใต้น้ำมอบอิสรภาพอีกรูปแบบหนึ่งให้ พร้อมสมาธิ และพลังงานในการขับเคลื่อนชีวิต
- หนังสือ – ย่อโลกไว้ให้เราได้ท่องไปได้ทุกที่ หนังสือและความรู้คือสมบัติที่สำคัญที่สุด
นอกจากนี้ หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือ หนึ่งในความสนใจมากในพักหลัง เนื่องจากมีประโยชน์และทรงคุณค่ายิ่ง และยิ่งน่าสนใจมากหากนำมาปรับใช้กับชีวิต และการงาน การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย พอเพียง เฉกเช่นการออกแบบสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่เรียบง่ายและพอดี
ไม่ได้เจอกันนนานนะ เป็นไงบ้างเพื่อนว่างก็โทรมาคุยกันบ้างนะ ตอนนนี้เราเป็นพยาบาลอยู่รพ กรุงเทพ เปิ้ลเอง 0814001096
สวัสดีครับ
ผมเจอ blog นี้โดยบังเอิญ เพราะเข้าไปดู Course เรื่อง Enterprise Application Architect ของ Software Park
ลองคลิกเข้ามาดูว่าเอ๊ะ คนนี้มันใคร ก็ได้เจอ blog ของพี่ครับ
รู้สึกประทับใจในวิธีเขียน-คิดนะครับ คงได้เข้ามาติดตามบ่อยๆครับ
ขอบคุณครับ
หวัดดีจ้า จำเพื่อนได้เปล่า นุมาศ เอง เป็นงัยบ้างสบายดีเปล่า ตั้มเปลี่ยนเบอร์โทรเหรอ เราโทรหาไม่ติดล่ะ มีเรื่องจะปรึกษามากมาย เลยอ่ะ ถ้าสะดวกเมล์มาบอกเบอร์โทรหน่อยสิ หรือโทรกลับหาเราที่เบอร์ 0850438580 หน่อยนะ กำลังสับสนในเส้นทางชีวิตนิดหน่อยน่ะ อยากปรึกษาท่านอาจารย์ตั้มน่ะ อิอิ
อาจารย์มีความสามารถเยอะจัง หากสนใจจะติดต่ออาจารย์ให้เข้ามาสอนวิชาทางด้าน “Software Architecture” จะติดต่อได้อย่างไรบ้างคะ หรือขอความกรุณาติดต่อ มายัง 089-200 2014 ขอบพระคุณมากคะ
ผมเป็นสมาชิกใน narisa.com ครับ ได้อ่านความคิดเห็นรวมไปถึงทัศนคติต่าง ๆ ที่คุณ minimalist ได้ให้ไว้ ก็เลยเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมคนนี้ถึงได้รู้เรื่องเยอะจัง ทำไมถึงมีความรู้ได้เยอะแยะไปหมด พอมาอ่านที blog นี้แล้วก็หายข้อสงสัยแล้วครับ ผมเองก็จะพยายามทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด โดยมีส่วนหนึ่่งของคุณ minimalist เป็นแบบอย่างอยู่ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ